วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ครอบครัวคุณทองแดง

ครอบครัวคุณทองแดง



เดิมคุณทองแดงเป็นลูกของนังแดงสุนัขจรจัดบริเวณถนนพระราม 9 โดยมีนายแพทย์คนหนึ่งนำทองแดงมาทูลเกล้าถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดศูนย์การแพทย์พระราม 9 เมื่อทอดพระเนตรทองแดงแล้ว ก็มีรับสั่งว่าให้นำเข้ามาเลี้ยง จากที่เคยเป็นลูกหมาจรจัด คุณทองแดง ก็เข้ามาอยู่ในวัง

ส่วนแม่ของคุณทองแดงก็มีผู้รับไปเลี้ยงดูแลเมื่อเข้ามาอยู่ในวังคุณทองแดงก็เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากเป็นสุนัขที่ฉลาดมาก นายแพทย์นพกฤษณ์เล่าต่อว่าความฉลาดของคุณทองแดงก็เช่นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรียกให้คุณทองแดงขึ้นเฝ้าเพื่อที่จะทรงชั่งน้ำหนัก แค่เพียงรับสั่งว่า ทองแดงไปชั่งน้ำหนักคุณทองแดงก็จะทรงเดินขึ้นตาชั่ง หรือ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวลเมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาเพื่อทรงออกกำลังตรงถนนบริเวณชายหาดซึ่งมีต้นมะพร้าวอยู่ เพียงรับสั่งว่า อ้อมต้นมะพร้าวคุณทองแดงก็จะวิ่งอ้อมต้นมะพร้าวทันที โดยไม่ต้องมีการสอน และเมื่อวิ่งอ้อมต้นมะพร้าวไปสักครึ่งต้น คุณทองแดงก็จะหยุดหันมามองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วคุณทองแดงเป็นสุนัขที่ไม่เข้ามาเคลียคลอพระองค์ท่าน เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน คุณทองแดงจะนำเสด็จอยู่หน้าพระองค์ท่าน เวลาพระองค์ท่านประทับนั่ง คุณทองแดงก็จะนั่งหมอบอยู่ด้านหน้า ใช้สองขาหน้าเกยกันเหมือนคนกำลังหมอบคลาน แล้วหันหน้าออกไปด้านนอก คอยระแวดระวังด้านนอกอย่างเดียว

“คุณทองแดง” จึงได้รับการตั้งฉายาว่าเป็น “สุนัขประจำรัชกาล”

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ซีซาร์ มิลลาน ผู้หยั่งรู้ศาสตร์แห่งการบำบัดสุนัข




หลายคนอาจจะรู้สึกสงสัยว่าทำไมสุนัขที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีแท้ๆ หรือแม้กระทั่งที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี แต่กลับยังมีนิสัยดื้อรั้น ดุร้าย และก้าวร้าวและส่วนใหญ่ที่เราได้ยินข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ สุนัขที่กัดเด็ก หรือผู้เป็นเจ้าของเสียเองมักจะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ อย่างพิตบูลหรือว่าร็อตไวเลอร์ จึงทำให้คนส่วนใหญ่เวลาสุนัขมีปัญหามักจะกล่าวโทษที่ตัวสุนัข และสายพันธุ์สุนัข แต่สำหรับ ซีซาร์ มิลลาน (Cesar Millan) แล้วสุนัขทุกตัวล้วนมีนิสัยดี หากเพียงเราหยั่งรู้ถึงจิตใจที่แท้จริงของพวกเขาให้ลึกซึ้ง
ลำพังชื่อของ ซีซาร์ มิลลาน ในบ้านเราอาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ในต่างประเทศ เช่น อเมริกาแล้ว ชายผู้นี้นั้นโด่งดังไม่แพ้ดาราฮอลลีวูดกันเลยทีเดียว ถึงขั้นยกย่องให้เขาเป็น The Dog Whisperer หรือ “ผู้ที่หยั่งรู้จิตใจของสุนัขได้อย่างลึกซึ้ง”

คงไม่เกินเลยถ้าจะพูดว่าซีซาร์สามารถจัดการแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัขได้ทุกปัญหา พฤติกรรมสุนัขต่างๆ ที่ครูฝึกต่างเอือมระอา แต่แค่การปรากฏตัวของซีซาร์ มิลลาน สุนัขถึงกับยอมและสงบโดยทันที

กว่าจะเข้าถึงแก่นแท้ จนเป็นผู้หยั่งรู้จิตใจของสุนัขอย่างลึกซึ้งนั้นไม่ใช่เรื่องแค่บังเอิญ หากแต่เขามีสัญชาตญาณการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสุนัขมาตั้งแต่เยาว์วัย

เด็กชายซีซาร์ มิลลาน เติบโตมาในฟาร์มแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก เขามักชอบนั่งมองสุนัขในฟาร์มพร้อมทั้งสังเกตวิถีชีวิตและพฤติกรรมของสุนัขอย่างสนอกสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิธีการสื่อสารกันภายในฝูง รวมถึงภาษาทางกายที่สุนัขแสดงเพื่อสื่อสาร ทำให้ซีซาร์เข้าใจพฤติกรรมสุนัขอย่างดี และเขาสามารถเข้ากับสุนัขได้ทุกตัว

เมื่อซีซาร์อายุ 15 ปี เขาได้ไปช่วยงานดูแลทำความสะอาดที่ศูนย์รักษาสัตว์แห่งหนึ่ง เขาเป็นคนเดียวในร้านที่สามารถรับมือกับสุนัขที่มีปัญหาได้ทุกรูปแบบ สามารถเข้าใกล้สุนัขที่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ และสามารถทำให้สุนัขก้าวร้าวนั้นสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพื่อนร่วมงานต่างทึ่งในความสามารถของเขา และด้วยความสามารถเฉพาะตัวทำให้เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้เขาว่า “el perrero” หรือ “The dog boy” ซึ่งตรงกับความฝันของเขาที่ว่า “อยากเป็นผู้ฝึกสุนัขที่เก่งที่สุดในฮอลลีวูด”

เมื่ออายุ 21 ปี ซีซาร์ มิลลาน ได้แอบลักลอบเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อมาตามหาฝันด้วยเงินที่ติดตัวไม่กี่ดอลลาร์ เขาใช้ชีวิตอยู่บนถนนในซานดิเอโกมากกว่า 1 เดือน จนเขาได้มาพบผู้หญิง 2 คนที่ให้ความเมตตาและรับเขาทำงานในร้านตัดขนสุนัขแห่งหนึ่ง และเช่นเคยเขาเป็นคนเดียวที่สามารถรับมือกับสุนัขดุ นิสัยก้าวร้าวได้อย่างช่ำชอง จนมีลูกค้ามากมายอยากให้ซีซาร์แต่งขนให้สุนัขของตน เพราะเจ้าของสุนัขต่างเห็นพ้องต้องกันที่ว่าสุนัขของตนทำตัวดีมากเมื่ออยู่กับเขา

จากร้านแต่งขนสุนัขเขาเริ่มเดินตามฝันของเขาต่อโดยการย้ายมาทำงานที่ศูนย์ฝึกสุนัขแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส ในตำแหน่งผู้ดูแลคอกสุนัข หน้าที่ประจำของเขาคือเป็นคนคอยเปิดปิดประตูกรงสุนัข รวมทั้งพาสุนัขมาส่งให้ครูฝึกตามเวลา ตลอดเวลาที่ทำงานในศูนย์ฝึก ซีซาร์พบว่าการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่ง นั่ง หมอบ คอย ยืน หรือชิด นั้นไม่เพียงพอสำหรับสุนัขที่มีปัญหาหวาดกลัว ไม่มั่นคง หรือก้าวร้าว ทำให้ปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ไม่ถูกแก้ไปได้ทั้งหมด

ซีซาร์ได้สังเกตและค้นพบหลักจิตวิทยาสุนัขนี้ด้วยตนเอง ซึ่งเขาพบว่าฝูงสุนัขที่สงบและสมดุลสามารถบำบัดสุนัขที่มีปัญหาพฤติกรรมได้ดีกว่าครูฝึกเสียด้วยซ้ำไป เขาเริ่มใช้หลักพลังของการอยู่รวมเป็นฝูงนี้ในการช่วยให้สุนัขในศูนย์ฝึกสุนัขเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้เขายังค้นพบอีกว่าการเป็นครูฝึกสุนัขที่เขาเคยใฝ่ฝันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ เพราะเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นมากนัก


วันหนึ่งมีลูกค้านักธุรกิจรายหนึ่ง พอใจเมื่อเห็นซีซาร์ควบคุมและรับมือกับสุนัขของเขาได้อย่างดี จึงได้ชวนให้เขาไปทำงานด้วยในตำแหน่งคนล้างรถลิมูซีน แม้จะดูห่างไกลจากเส้นทางความฝันของเขา ทว่าการเปลี่ยนงานครั้งนี้นับเป็นจุดหักเหชีวิตของเขา เพราะเจ้านายคนนี้เป็นคนที่สอนให้เขาเรียนรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและปูทางให้เขาได้เริ่มมีธุรกิจของตนเอง
จนวันหนึ่งซีซาร์ มิลลาน สามารถเปิดศูนย์ฝึกสุนัขของตนเอง ในชื่อ “The Pacific Point Canine Academy” เป้าหมายของศูนย์คือ ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัขที่ไม่มีใครสามารถแก้ได้ สุนัขที่ครูฝึกหลายคนล้มเหลวในการแก้ แต่เขาทำได้สำเร็จ ความเก่ง และความสามารถในการแก้ปัญหาสุนัขของเขาเริ่มเป็นที่ร่ำลือปากต่อปาก จนเขาเป็นที่รู้จักกว้างขวาง และมีลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น วิลล์ สมิธ วิน ดีเซล และ โอปราห์ วินฟรีย์ ซึ่งต้องพึ่งพาให้เขาช่วยแก้พฤติกรรมสุนัขของตนเอง

เมื่อธุรกิจดำเนินไปด้วยดี ซีซาร์ มิลลาน ได้เปิดศูนย์จิตวิทยาสุนัขชื่อ “The Dog Psychology Center” ซึ่งต้องอยู่ทางตอนใต้ของลอสแองเจลิส ที่ศูนย์แห่งนี้มีสุนัขที่เขาบำบัดจนอยู่ในภาวะสมดุลแล้วประมาณ 30-40 ตัว ซึ่งซีซาร์ก็ได้ใช้สุนัขเหล่านั้นสำหรับช่วยในการบำบัดแก้ไขพฤติกรรมสุนัขอื่นๆ ที่เขาได้ให้การปรึกษาต่อไปอีกด้วย

ความสามารถในวิธีการแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัขยังทำให้เขามีชื่อเสียงในฐานะพิธีกรในรายการ “Dog Whisperer with Cesar Millan” ทางช่อง National Geographic ซึ่งเป็นรายการที่เสนอการแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัข และสอนให้เจ้าของรู้วิธีที่จะควบคุมสุนัขของตนอย่างเข้าอกเข้าใจในตัวสุนัข รายการนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการนำเสนอรายการของเขา ในเคเบิลทีวีทาง True Visions ช่อง Explorer 1 อย่างต่อเนื่อง

จะว่ากันไปแล้ว ซีซาร์ มิลลาน หาใช่ครูฝึกสุนัข แต่เขาคือผู้ที่ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมของสุนัขตามหลักจิตวิทยาสุนัข คือ การเข้าใจในธรรมชาติของ จิตใจ สัญชาตญาณ พฤติกรรมฝูงของสุนัขทุกๆ ตัว เขาสามารถแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของสุนัขได้ทุกราย ไม่ว่าจะเป็นกรณีหนึ่งที่สุนัขหวงอาหารมาก จนเจ้าของไม่สามารถเข้าใกล้จานอาหารได้ขณะที่สุนัขกำลังกิน ซึ่งเจ้าของทนกับปัญหานี้มา 11 ปี ไม่มีใครที่แก้ปัญหาสุนัขตัวนี้ได้ แต่เขาสามารถแก้ปัญหาพฤติกรรมหวงอาหารได้ในเวลาอันสั้น และสุนัขไม่มีความก้าวร้าวหลงเหลืออยู่เลย

อีกรายหนึ่งสุนัขไม่ยอมให้ใครแต่งขนโดยเฉพาะบริเวณหน้า โดยจะแสดงอารมณ์ก้าวร้าว กัดเจ้าของและช่างแต่งขนทุกครั้ง ปัญหานี้ถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วโดยซีซาร์ และอีกหลายกรณีที่สุนัขมีความก้าวร้าวต่อเจ้าของและคนแปลกหน้า เจ้าของติดต่อครูฝึกหลายท่านมาช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่มีคนใดทำสำเร็จและต่างลงความเห็นว่าสุนัขตัวนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาพฤติกรรมได้ ต้องถูกทำให้หลับอย่างสงบสถานเดียว แต่เจ้าของไม่ยอมหมดหวังและติดต่อซีซาร์เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยสุนัขสุดที่รักของเขา และพวกเขาก็ไม่ผิดหวัง นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่สามารถยืนยันว่าปัญหาพฤติกรรมสุนัขทุกปัญหาแก้ไขได้ เพียงแต่เข้าใจและแก้ให้ตรงจุด วิธีของซีซาร์เป็นวิธีที่เรียบง่าย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ไม่มีการตีหรือทำร้ายร่างกายสุนัข

เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นทำให้เขาเริ่มเขียนหนังสือชื่อ Cesar's way “วิธีปรับสุนัขแบบซีซาร์ มิลลาน” หลังจากตีพิมพ์ไม่นานหนังสือเขาก็ขายดิบขายดีติดอันดับของ นิวยอร์ก ไทม์ ถึง 50 สัปดาห์ ติดต่อกันและยังเป็นหนังสือขายดีอันดับ 1 ถึง 15 สัปดาห์ มียอดจำหน่ายมากกว่า 1 ล้านเล่ม นอกจากนี้เขายังได้ออกหนังสือ Be the pack Leader “สู่วิถีแห่งผู้นำฝูงสุนัข” ซึ่งทั้งสองเล่มเป็นหนังสือได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย

และงานนี้เจ้าของสุนัขบ้านเราก็มีเฮ!!! บ้าง เมื่อสำนักพิมพ์ฟรีดอม นำลิขสิทธิ์หนังสือขายดีติดอันดับ 1 นิวยอร์ก ไทม์ จากสหรัฐอเมริกา “ซีซาร์ เวย์” และ “สู่วิถีแห่งผู้นำฝูงสุนัข” โดย ซีซาร์ มิลลาน นักปรับพฤติกรรมสุนัขที่คนอเมริกันต้องการตัวมากที่สุด มาแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว

ประไพศิริ เชี่ยวสาริกิจ กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ฟรีดอม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำหนังสือเล่มดังมาแปลเป็นภาษาไทยในครั้งนี้ว่า “เพื่อให้ผู้ที่รักสุนัขได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่จะทำให้เข้าใจธรรมชาติของสุนัขและสามารถนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงดูสุนัขได้อย่างมีสมดุลกับวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัว ซึ่งหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นคู่มือเล่มแรกๆ ของคนไทยที่ต้องการจะเลี้ยงดูสุนัข หรือผู้ที่ประสบปัญหากับสุนัขทุกสายพันธุ์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนตระหนักว่าสุนัขจรจัดหรือสุนัขบ้านที่ดุร้ายนั้นไม่ใช่เป็นนิสัยหรือสายพันธุ์ของสุนัขตัวนั้น นั่นอาจเป็นเพราะผู้ที่เลี้ยงสุนัขไม่เข้าใจถึงธรรมชาติและความต้องการที่แท้จริงของสุนัข ซึ่งในหนังสือทั้งสองเล่มนี้จะบอกถึงความรู้ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักสำหรับคุณที่จะสร้างพลังที่มั่นคงและสงบนิ่ง รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสุนัขของคุณด้วยวิธีเฉพาะของ ซีซาร์ มิลลาน เพื่อให้สุนัขได้รับความสุขและสงบ นอกจากนี้ในหนังสือยังบอกถึงกลเม็ดเคล็ดลับเผยให้ผู้อ่านรับทราบ ตั้งแต่จิตวิทยาและพฤติกรรมของสุนัขขั้นพื้นฐาน และเรื่องราวของสุนัขที่น่าประทับใจ” และเธอเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ใช้หลักการตามหนังสือทั้งสองเล่มของ ซีซาร์ มิลลาน ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของสุนัขตนเองจนกลายเป็นสุนัขที่น่ารักที่สุดในโลก

คราวนี้ล่ะทั้งหมาทั้งคนจะได้มีความสุขถ้วนหน้า เพราะต่างก็เข้าอกเข้าใจธรรมชาติของกันและกันอย่างลึกซึ้ง เย้!!!!





หนังสือชุดนี้ (1 ชุดมี 2 เล่ม) มีเพียงแค่ 3,000 ชุด จำหน่ายเฉพาะในงาน Thailand Dog Show 2009 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เท่านั้น สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของหนังสือเพิ่มเติมได้ที่ www.freedom-books.com

คู่มือการเลี้ยงสุนัข

คู่มือการเลี้ยงสุนัข


ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของลูกสุนัข

ลูกสุนัขที่ได้มาใหม่จะนำความปิติมาสู่คุณนานหลายปี ในวันข้างหน้าเขาจะมาเป็นสหายที่ใกล้ชิด เพื่อนเล่นที่เป็นมิตรที่ไว้ใจได้ อย่างไรก็ตาม หากปราศจากความพยายามสิ่งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น คุณควรเริ่มฝึกเขา ตั้งเต่ยังเล็กอยู่ เพื่อต้อนรับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว ก็เหมือนๆกับเด็กทารกนั่นเอง ลูกสุนัขที่ได้มาใหม่ ต้องการอาหาร การหลับนอน การเล่นและการฝึกที่สม่ำเสมอ ซึ่งก็หมายความว่าเขาต้องการการดูแล และเอาใจใส่อย่างมาก เราตระหนักดีว่าเจ้าของลูกสุนัขที่มาใหม่มีความผูกพันกันอย่างมาก เราจึงนำท่านและลูกสุนัขมาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้เริ่มต้นอย่างถูกต้อง ซึ่งประกอบด้วยเคล็ดลับเบื้องต้นเกี่ยวกับในวันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้าน เป็นต้นว่า ที่อยู่ของลูกสุนัข การเคี้ยวและการฝึกในบ้าน เป็นต้น


ที่อยู่ของลูกสุนัข

ลูกสุนัขต้องการที่อยู่ที่เป็นส่วนตัว หากล่องหรือที่นอนสำหรับสุนัขไว้ในคอกที่อบอุ่นและมีมุมที่ไม่มีลมโกรก (กรงสุนัขที่ใช้ในเวลาการเดินทางจะได้เปรียบ เพราะสามารถนำมาใช้ได้ตลอดอายุขัยของเขา ถ้าจะซื้อมาใช้ ต้องให้มีขนาดใหญ่พอเมื่อเขาโตเต็มที่) เขาจะใช้กรงเป็นสถานที่พักผ่อนนอนหลับและรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ
เอากล่องกระดาษหรือกล่องไม้วางด้านข้างลงทำเป็นเตียงนอนที่มิดชิด เขาก็จะยิ่งรู้สึกปลอดภัย เหตุผลก็คือว่า บรรพบุรุษซึ่งคล้ายกับหมาป่าของเขาเคยอาศัยถ้ำเป็นบ้านพัก โดยสัญชาตญาณลูกสุนัขก็จะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในที่ที่คล้ายกับถ้ำ อาจจะปูพื้นด้วยผ้าเช็ดตัว หรือผ้าห่มเก่าๆที่อยู่ของเขาก็จะสมบูรณ์แบบ
เมื่อเขาอยู่ในที่ของเขา อย่าได้รบกวนหรือดึงตัวเขาออกมา ควรให้เขาออกมาเองอย่าให้เด็กๆ รบกวนหรือเย้าแหย่เขาเล่น เขาต้องการความรู้สึกปลอดภัยถ้าเขาอยู่ในที่ของเขา อย่ากักขังเขาในกรงเป็นเวลานานๆ ถ้าเขาทำอะไรผิดก็อย่าได้ไล่เขาเข้าไปในกรง การทำอย่างนั้นจะทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นที่ทำโทษเขา แทนที่จะเป็นสถานที่พักที่มีความสุขสบาย คุณควรจะรู้สึกสบายใจที่ลูกสุนัขมีที่ของตัวเอง เขาจะไปงีบหรือขดตัวนอนอย่างมีความสุขตลอดคืน โดยไม่เห่าหรือร้องคราง และคุณก็รู้ว่าเขาจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้แม้คุณจะไม่คอยเฝ้าดูเขาก็ตาม



การเคี้ยว

ฟันของลูกสุนัขจะขึ้นอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 3 ถึง 6 เดือน ในช่วงนี้ควรจะให้ อะไรเขาเพื่อขบเคี้ยว เพื่อช่วยในการขึ้นของฟัน ลูกสุนัขจะกัดสิ่งของโดยไม่เลือก เขาไม่รู้ว่านั่นคือรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดของคุณ หรือมันคือขาโต๊ะที่เป็นวัตถุโบราณเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากลูกสุนัข
ขอแนะนำให้หาของขบเคี้ยวที่ไม่แตกหักหรือเป็นภัยกับลูกสุนัขเพื่อจะขบเคี้ยวเล่น เช่น ลูกบอลยางที่โตและแข็งพอที่เขาจะกลืนไม่ได้ หรืออาจจะเป็นกระดูกเทียม คุณอาจจะให้รองเท้าเก่าๆ หรือวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรองเท้าเหมือนของคน เพราะสุนัขคิดว่าจะเป็นรองเท้าอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อความสนุกสนาน อย่าให้กระดูกจริงทั้งสุกและดิบก็ตาม เพราะกระดูกแตก ทำให้เกิดบาดแผลในปากหรือติดคอในขณะที่เขากลืนเศษกระดูกเข้าไป
หาทางทำให้กระดูกเทียมและลูกบอลเป็นที่ดึงดูดสำหรับลูกสุนัข โดยที่คุณนำสิ่งเหล่านั้นมาเล่นเกมส์กับเขา เมื่อไรก็ตามหากลูกสุนัขเขาเริ่มจะกัดแทะสิ่งของที่ต้องห้ามก็รีบนำกระดูกเทียมหรือลูกบอลให้แทน ออกคำสั่งว่า "อย่า" อย่างขึงขังแล้วนำสิ่งของที่มีค่าออกห่างจากเขา เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มกัดแทะของที่เราให้เขา ก็ให้กล่าวชมความประพฤติที่ดี แล้วจะรู้สึกว่าจะมีการตอบสนองอย่างมีความสุข
ช่วยให้ลูกสุนัขให้อยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เป็นโทษ เป็นต้นว่า น้ำยาทำความสะอาดทินเนอร์ สารเคมีที่ใช้ในบ้านเรือน และสิ่งของที่มีอันตราย โดยเก็บสิ่งเหล่านั้นในตู้ที่ล็อกกุญแจได้




การฝึกในบ้าน

ควรฝึกลูกสุนัขโดยทันที เริ่มจากการให้อาหารลูกสุนัขเป็นเวลาและพาออกไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยๆ ถ้าหากคุณเลี้ยงลูกสุนัขของคุณด้วยอาหารของลูกสุนัขของยูคานูบาหรืออามส์สำหรับลูกสุนัข จะพบว่าเวลาในการฝึกจะสั้นลงเนื่องจากการให้อาหารและการขับถ่ายจะเป็นกิจวัตรจะมีสิ่งบอกเหตุซึ่งคุณคุณต้องคอยสังเกตว่า ถึงเวลาที่จะต้องนำลูกสุนัขออกไปนอกบ้าน ในกรณีที่ลูกสุนัขเดินไปตามพื้นเป็นรูปวงกลม นั่งหรือร้องครางอยู่ที่ประตู หรือถ้าคุณมองเห็นสุนัขของคุณมองคุณด้วยสายตาวิงวอน และกระวนกระวาย นั่นแสดงว่าเป็นเวลาที่คุณควรจะนำเขาออกไปข้างนอกหลังจากที่ลูกสุนัขปัสสาวะเสร็จ ให้ชมเขาอย่างเงียบๆ แล้วนำเขาเข้ามาในบ้านในไม่ช้าเขาก็จะเชื่อมโยงการปัสสาวะนอกบ้านกับคำชมเชยของคุณ

เมื่อไหร่ถึงจะพาลูกสุนัขออกไปนอกบ้าน
- หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับลูกสุนัขส่วนใหญ่
- หลังจากการงีบของเขา
- หลังจากกลับบ้านมาหาเขา ซึ่งปล่อยให้อยู่โดยลำพัง
- หลังอาหารโดยทันที
- หลังจากที่คุณจะพักผ่อน เมือไรก็ตามที่ลูกสุนัขจ้องมองคุณ

แล้วเขาก็กระตือรือร้นที่จะเอาใจคุณ บางครั้งอาจจะพบว่ามีการขับถ่ายเลอะเทอะ คุณก็ไม่ควรขึ้นเสียงหรือตบตีเขาหรือจับเขาดมสิ่งที่เขาขับถ่ายออกมา ในขณะที่เขาอาจจะหมอบคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว เขายังเล็กเกินไปที่จะโดนการดุว่าในเรื่องการขับถ่ายที่เลอะเทอะ ถ้าคุณพบเขากำลังถ่ายอยู่ ก็จงรีบนำเขาออกไปนอกบ้านเพื่อให้เขาขับถ่ายจนสุดแล้ว ให้กล่าวชมในความพยายามของเขา
การทำความสะอาดสิ่งขับถ่ายที่เลอะเทอะ สารดับกลิ่นและสารขับไล่แมลงจะช่วยได้มาก อย่าใช้สารทำความสะอาดที่มีแอมโมเนียเป็นส่วนผสม แม้ว่าในทางเคมีแอมโมเนียและยูรีน จะมีส่วนคล้ายคลึงกันเมื่อทำความสะอาด ควรจะต้องให้แห้งสนิท หาไม่แล้วลูกสุนัขของคุณจะกลับมาสูดดมกลิ่นที่ทำให้เลอะเทอะและอาจจะถูกกระตุ้นให้ทำความเลอะเทอะอีก

my dog







หมาข้างๆบ้าน







วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ภาพหมาน่ารักๆ











กฏทอง 10 ประการของการดูแลสุนัข

กฏทอง 10 ประการของการดูแลสุนัข

1.เมื่อลูกสุนัขมาถึงบ้าน สุนัขตัวใหม่ของคุณจะรู้สึกสับสนและตื่นเต้นกับภาพรอบตัวที่แปลกตา แต่หากคุณเตรียมการล่วงหน้าคุณจะสามารถทำให้สุนัขของคุณรู้สึกคุ้นเคยได้ในเวลาเพียงนิดเดียว2.ปกป้องสุนัขของคุณด้วยการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนนั้นจะช่วยปกป้องสุนัขของคุณจากโอกาสที่จะติดโรคร้ายต่างๆได้ เราจะมาดูกันถึงเหตุผลบางประการที่ว่าทำไมถึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะคอยดูแลให้สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนเป็นประจำ3.การให้อาหารสุนัข เป็นเรื่องง่ายๆที่จะคอยดูแลสุนัขของคุณให้มีสุขภาพดีและมีความสุข ด้วยการให้เค้าได้รับสารอาหารที่มีความสมดุลย์ หัวข้อนี้จะเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์สำหรับการให้อาหารสุนัขอย่างถูกต้อง4.การฝึกสุนัขของคุณ การสอนให้สุนัขของคุณมีมารยาทที่ดีทั้งที่อยู่ในบ้านและขณะที่อยู่ข้างนอก ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่ามันไม่งานน่าเบื่อที่ต้องใช้ความอดทนและไม่ต้องเพิ่มอะไร5.การดูแลสุนัขของคุณ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุนัขของคุณที่จะต้องให้เค้าได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอจากสัตว์แพทย์ แต่เรื่องการดูแลสุขภาพนั้นคุณควรจะเริ่มต้นจากที่บ้าน หัวข้อนี้จะเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคบางประการที่จะดูแลเค้าให้อยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุด6.ควรจะคุมกำเนิดสุนัขของคุณหรือเปล่า? หากคุณไม่ได้คิดที่จะขยายพันธุ์สุนัขของตัวเอง คุณก็ควรที่จะพิจารณาคุมกำเนิดเค้าเสีย จากการศึกษาพบว่าการคุมกำเนิดสามารถช่วยให้สุนัขมีชีวิตที่ยืนยาวเพิ่มขึ้น ด้วยชีวิตที่มีสุขภาพดี และเกิดประโยชน์ตามมาอีกมากมาย บทความนี้จะให้เหตุผลคุณได้ว่า ทำไม7.การแต่งขนสุนัข เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุนัขของคุณ หากคุณจะตัดแต่งขนและดูแลเนื้อตัวเค้าให้ถูกต้องตามหลักการ เราจะมาดูกันถึงวิธีที่จะช่วยทำให้สุนัขของคุณมีแต่ความสะอาด8.การเลี้ยงให้สุนัขของคุณ มีความกระฉับกระเฉงและสุขภาพดี สุนัขนั้นจำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากและชอบที่จะให้รูปแบบการออกกำลังออกมาอยู่ในรูปของการเล่นเกมส์ หัวข้อนี้เป็นบางวิธีการที่จะช่วยดูแลให้เค้ามีสุขภาพดีด้วยการออกกำลังและเล่นสนุก9.การเข้าใจสุนัขของคุณ เพื่อที่จะสานความสัมพันธ์กับสุนัขของคุณให้แน่นแฟ้นขึ้น จึงมีความสำคัญที่คุณจะต้องหัดเรียนรู้และเข้าใจความจำเป็นและความต้องการของสุนัขตัวเอง เราจะมาดูกันถึงวิธีสื่อสารที่เป็นกุญแจเชื่อมความรักให้กันและกัน10.ความรับผิดชอบสุนัขในฐานะที่เป็นเจ้าของ การเป็นเจ้าของสุนัขนั้นเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษแต่บทบาทนี้จะนำมาซึ่งความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน เราจะมาดูกันว่าสิ่งที่คุณจะสามารถทำอย่างถูกต้องในฐานะที่เป็นเจ้าของสุนัขนั้นเป็นอย่างไร

การทำวัคซีนให้กับสุนัข

การทำวัคซีนให้กับสุนัข

- ระบบภูมิคุ้มกัน
- ชนิดของวัคซีน
- การกระตุ้นวัคซีน
- วิธีการให้วัคซีน
- จะให้วัคซีนเมื่อใด
- การให้วัคซีนและสังคม

ระบบภูมิคุ้มกันคนเราอยู่ภายใต้การบุกรุกของเชื้อจุลินทรีย์นับล้านชนิด ซึ่งอาศัยอยู่ในโลกของเรา ดังนั้นจะต้องหาบางอย่างสามารถ ต่อต้านเชื้อเหล่านี้อย่างได้ผลเพื่อให้อยู่รอด สุขภาพที่ดีจะมาจากกระบวนการป้องกันของร่างกายซึ่งจะทำงานตลอดเวลา ผิวหนังจะเป็นด่านป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ได้ เยื่อเมือกในจมูกจะช่วยจับสารแปลกปลอมที่สูดเข้าไปแล้วจะไอเพื่อขับเชื้อออกมา เมื่อคอและกล่องเสียงระคายเคืองและเพื่อไม่ให้เชื้อเข้าไปถึงปอดได้ ความเป็นกรดของกระเพาะอาหารสามารถฆ่าเชื้อได้ และปริมาณของสารคัดหลั่งจากลำไส้เล็กก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เชื้อบางชนิดก็ถูกขับออกจากร่างกายโดยผ่านทาง อุจจาระและปัสสาวะ ขณะที่ตับจะทำหน้าที่ทำลายสารพิษที่ถูกสร้างขึ้นจากแบคทีเรีย กระบวนการป้องกันตัวนี้จะเหมือนกัน ในคนและสัตว์ซึ่งจะทำงานได้ดีเมื่อสุขภาพดี แต่จะทำงานได้ไม่ดีถ้าร่างกายทรุดโทรม กินอาหารน้อย ร่างกายอ่อนแอ หรือเมื่อมีสภาวะจิตใจและร่างกายเกิดความเครียด เมื่อเชื้อโรคผ่านเข้ามาในร่างกายได้แล้ว ร่างกายก็จะมีแหล่งที่จะต่อต้าน เชื้ออีกด่านหนึ่งคือระบบภูมิคุ้มกันซึ่งจะมีตัวแอนตีบอดีเป็นอาวุธที่สำคัญที่มีความเฉพาะในการเข้าไปกำจัดผู้รุกรานที่เข้ามาให้หมดไป


ลูกสุนัข ลูกสุนัขมีระบบภูมิคุ้มกันเป็นของตัวเองตั้งแต่เกิด แต่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ธรรมชาติจัดการให้หาทางเพิ่มแอนติบอดี โดยเอามาจากแม่ เรียกว่า Passive antibody เนื่องจากลูกสุนัขไม่ได้สร้างขึ้นเอง ภูมิคุ้มกันที่มาจากแม่นี้ ลูกสุนัขได้รับตั้งแต่อยู่ในมดลูกจำนวนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ได้รับจากนมน้ำเหลือง (Colostrum) ซึ่งเป็นนมแรกของแม่ที่ผลิตได้ แอนตีบอดีจากนมน้ำเหลืองจะสามารถดูดซึมโดยลูกสุนัขในช่วงวันแรกหลังคลอดเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ดังนั้นเมื่อคอกมีขนาดใหญ่หรือการคลอดยาวนานมาก ลูกสุนัขตัวแรก ๆ เท่านั้นที่ได้กินนมน้ำเหลืองมากกว่าตัวที่เกิดหลังดังนั้น ความสามารถในการต่อต้านเชื้อโรคก็จะไม่เท่ากันในคอกเดียวกัน
แอนติบอดีที่แม่ผ่านมาให้ลูกจะสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ถ้าแม่สุนัขเคยประสบภัยเชื้อหรือได้รับวัคซีนนั้นมาแล้ว ถ้ามันอาศัยอยู่ในที่ปลอดเชื้อหรือป้องกันตัวอย่างดีไม่ให้สัมผัสสุนัขตัวอื่น และไม่เคยทำวัคซีน มันก็จะไม่มีความต้านทานผ่าน ไปให้ลูกได้ลูกสุนัขจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคอันตรายในสุนัขตั้งแต่ยังเล็กอยู่
ถึงแม้ว่าแม่สุนัขปกติจะถ่ายถอด ภูมิต้านทานไปให้ลูกผ่านทางนมน้ำเหลือง ภูมิต้านทานชนิดนี้จะตกลงค่อนข้างเร็ว ในความเป็นจริงปริมาณของเลือดจะเพิ่มขึ้นสองเท่าทุก ๆ สัปดาห์ ดังนั้นลูกสุนัขต้องพัฒนาการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองเรียกว่า “Active immunity” ซึ่งจะได้จากการที่ลูกสุนัขสัมผัสกับเชื้อโดยตรงหรือจากการฉีดวัคซีน ถ้ามันต้องการจะมีภูมิต้านทาน โรคตลอดไป


สุนัขโต โรคเกือบทุกชนิดที่มีสาเหตุมาจากเชื้อโรคจะมีสารประกอบโปรตีนเป็นพื้นฐานร่างกายที่สมบูรณ์จะป้องกันโปรตีนที่แปลกปลอมเข้ามาด้วยตัวเอง และกำจัดออกไปโดยการสร้างแอนติบอดีที่เฉพาะสำหรับผู้รุกราน active immunity เหล่านี้(สร้างจากตัวสัตว์เอง) จะถูกสร้างขึ้นมาโดยเม็ดเลือดขาวที่เฉพาะ ซึ่งพบได้มากในต่อมน้ำเหลืองและม้าม
ครั้งแรกที่ร่างกายได้สัมผัสกับเชื้อหรือวัคซีน active antibody จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการสร้างแอนติบอดี แต่ครั้งต่อไปที่เชื้อโรคเข้ามาสัมผัสโดยตรงเซลล์ที่จำได้จะเข้ามาสร้างแอนติบอดีอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ว่าเชื้อโรคจะไม่มีโอกาส ได้เพิ่มจำนวนเลย นี่คือที่ว่าทำไมบางโรคเกิดในคนและสัตว์ครั้งเดียวแล้วไม่เกิดขึ้นอีกเลยชั่วชีวิต ยกตัวอย่างเช่น โรคหัดใสคน เป็นเพียงโรคเดียวที่คนสัมผัสกับโรคแล้วจะมีภูมิต้านทานโรคนี้ตลอดชีวิต
แอนติบอดีมีความจำเพาะเจาะจงมากและจะทำร้ายเฉพาะแอนติเจนที่มากระตุ้นให้สร้างเท่านั้น ตัวอย่างเลือดที่เก็บจาก สุนัขและนำมาตรวจทางห้องปฏิบัติการจะแสดงถึงสุนัขมีแอนติบอดีที่เฉพาะต่อโรคอยู่ในกระแสเลือดและวิธีการสามารถอธิบายระหว่างแอนติบอดีได้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนเพื่อรอเชื้อโรค หรือถูกผลิตขึ้นเฉพาะเวลามีเชื้อเท่านั้น ระดับของแอนติบอดี จะลดลงตามเวลาแต่การที่มีเชื้อเข้ามาสัมผัสด้วยแอนติเจนอันเดิมจะทำให้สร้างแอนติบอดีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว



ชนิดวัคซีน
ตั้งแต่เราไม่ต้องการให้สุนัขทนทานต่อโรคโดยการพัฒนาการป้องกันตัวด้วยตัวเองเราก็หันมาพัฒนา active immunity โดยการทำวัคซีน นี่เป็นการใช้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยการใช้ตัวเชื้อจำนวนน้อย ขนาดอ่อน ๆ ทำให้ร่างกายสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้
วัคซีนแบ่งเป็น 4 ชนิด
1) Attenuated living vaccine (วัคซีนเชื้อเป็น)
เชื้อแบคทีเรียและไวรัสสามารถปรับให้ลดความรุนแรงของโรคลงแล้วนำไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง เป็นการทำให้เชื้ออ่อนแรง และมักเป็นการนำเชื้อมาเลี้ยงในสัตว์ที่ไม่ติดเชื้อในธรรมชาติ เช่นในไข่ฟัก, สัตว์ชนิดอื่น, หรือเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงปริมาณของการทำให้อ่อนแรงขึ้นกับเชื้อจะอยู่ได้นานเพียงไรในระบบที่สร้างขึ้น
ข้อดีของวัคซีนเชื้อเป็นนี้คือฉีดเพียง 1 ครั้งภูมิคุ้มกันก็จะขึ้นสูง สุนัขที่ฉีดวัคซีนแล้วจะไม่พบว่าปล่อยเชื้อ ไปหาสุนัขตัวอื่น ตัวอย่างเช่น วัคซีนป้องกันไขหัดสุนัข ถ้าไม่เป็นเช่นนี้แล้วเชื้อที่ปล่อยออกมากับวัคซีนอาจจะก่อ ความรุนแรงได้เมื่อสัตว์ได้รับและถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะมีความเสี่ยงว่าความก่อโรคกำลังจะกลับมาทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นการทำวัคซีนจะดีกว่าที่ไม่ได้ทำ
2) วัคซีนเชื้อตาย (Killed vaccine)
ทำจากเชื้อที่ผ่านการทำให้ตายด้วยความร้อนหรือสารเคมี เช่น ฟอร์มาลิน ถึงแม่ว่ามันจะไม่สามารถเพิ่มจำนวน ได้ในการฉีดวัคซีนแต่ว่าการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก อย่างไรก็ดีการฉีด 2 ครั้ง มีความจำเป็นและสารที่ผสมเข้าไป ควรจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนด้วยที่สำคัญการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเองของวัคซีนเชื้อตายนั้นไม่ยาวนานนักแต่ข้อดีคือความปลอดภัยสูง

3) Toxoids
เชื้อบางชนิดจะสร้างสารพิษขึ้นมาเรียกว่า ท็อกซิน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ตายปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อได้รับ ท็อกซินคือจะสร้าง anti-toxin ขึ้นมาต่อต้านหักล้างกับ toxin ดังนั้นการกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมาทำได้โดยการฉีด toxoid ซึ่งเป็น toxin ที่ทำให้ฤทธิ์หมดไป toxoid ผลิตได้จากนำท็อกซินไปผ่านความร้อนหรือสารเคมี เพื่อให้หมดความรุนแรงแล้วนำไปฉีดเข้าร่างกายกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมา ควรจะฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุก 1, 2 และ 3 ปี ตัวอย่างของ toxoid ที่มีอยู่คือ tetanus toxoid

4) วัคซีนรวม
เป็นการรวมผลิตวัคซีนจากเชื้อหลายชนิดมาผสมรวมกันเพื่อให้ป้องกันโรคได้หลายโรค วัคซีนรวมอาจประกอบด้วย เชื้อเป็น 2 ชนิด และเชื้อตายหลายชนิด หรือใช้เชื้อเป็นและเชื้อตายคู่กัน ข้อดีของวัคซีรวมคือใช้ควบคุมโรคได้ หลายชนิดโดยการฉีดเพียงเข็มเดียว


การกระตุ้นวัคซีน ภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนนั้นไม่ยาวนานเท่าภูมิคุ้มกันจากการสัมผัสเชื้อตามธรรมชาติ ดังนั้นการกระตุ้นวัคซีนมี ความจำเป็นเป็นระยะๆ จะมีระยะห่างแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดโรคและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ สุนัขที่ถูกเลี้ยงในที่สะอาด และพื้นที่จำกัดแยกจากตัวอื่นไม่เคยออกแสดงหรือถูกฝึกสอนเลยจะต้องการกระตุ้นวัคซีคมากกว่าสุนัขที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ


วิธีการให้วัคซีน วัคซีนโดยทั่วไปจะให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ แต่ในกรณีที่ต้องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ก็จะให้เข้าทางอื่น เช่น วัคซีนโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือ Kennel cough จากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella bronchiseptica จะให้โดยการหยอดจมูก วิธีการนี้จะกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะส่วนทางเดินหายใจส่วนต้นภายใน 2-3 วัน แล้วตามด้วยสร้างแอนติบอดีในกระแสเลือดภายหลัง


จะทำวัคซีนเมื่อใด มีจุดมุ่งหมายชัดเจนที่ต้องการสร้าง “active antibody” โดยการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในลูกสุนัขแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่เฉพาะเหตุผลจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ที่ช่วยป้องกันโรคได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง การป้องกันการตอบสนองของวัคซีนที่ไม่เหมาะสมด้วย แต่มีช่องโหว่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันให้เห็นซึ่งลูกสุนัขไม่ได้รับ ภูมิคุ้มกันจากแม่เพียงพอที่จะต่อสู้กันเชื้อโรคได้แต่เพียงพอที่จะป้องกันประสิทธิภาพของวัคซีน มีความพยายามอย่างมาก ที่คิดผลิตสเตรนของวัคซีนและโปรแกรมการทำวัคซีนที่ทำให้ระยะที่ไม่ปลอดภัยนี้เหลือสั้นที่สุด
ภูมิคุ้มกันที่รับจากแม่จะลดลงครึ่งหนึ่งทุกอายุ 7-8 วัน ดังนั้นระยะเวลาของภูมิคุ้มกัน ในลูกจะขึ้นกับปริมาณที่ได้รับจากแม่ ซึ่งก็ขึ้นกับระดับของภูมิคุ้มกันในแม่ว่ามีสูงหรือต่ำ ปกติแล้วลูกสุนัขเพียง 77% เท่านั้นที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ ในระดับที่พอเพียงภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ดังนั้นอายุที่เหมาะสม ในการทำวัคซีนลูกสุนัขจึงไม่เท่ากัน ถึงแม้จะมาจากครอกเดียวกัน ลูกสุนัขกำพร้าที่ไม่ได้รับนมน้ำเหลืองเลย ตามหลักทฤษฎีแล้วต้องทำวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด แต่ว่าเราจะทำเมื่ออายุ 3-6 สัปดาห์ เพื่อรอให้ระบบภูมิคุ้มกันเจริญเต็มที่ก่อน
อายุที่เหมาะสมสำหรับทำวัคซีนไข้หัดสุนัข มีการทดสอบอย่างละเอียดโดยเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบ ทางห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้มาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับเวลาในการทำวัคซีนจนกระทั้งการเข้ามาของโรคพาร์โวไวรัสในสุนัข
ในรายของไข้หัดสุนัขแสดงให้เห็นว่า ลูกสุนัข................
1) ที่อายุ 6 สัปดาห์มี 30 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
2) ที่อายุ 8 สัปดาห์มี 65 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
3) ที่อายุ 12 สัปดาห์มี 98 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody
ดังนั้นถ้าลูกสุนัขได้รับวัคซีนไข้หัดสุนัขที่อายุ 6 สัปดาห์ จะมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ตอบสนอง จาก
ภาพที่เห็นนี้คงจะพอมองออกว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน การทำวัคซีนที่อายุ 6-8 สัปดาห์ จะมีประมาณครึ่งหนึ่ง ที่พร้อมได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ขณะที่ครั้งที่ 2 ทำวัคซีนเมื่ออายุ 12 สัปดาห์และทำช้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 1 ปี อาจเห็นว่าเมื่อฉีดวัคซีนที่อายุ 8 และ 12 สัปดาห์แล้วจะมีบางส่วนเสียทิ้งไป เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกัน จากแม่เหลืออยู่แต่สูตรนี้จะทำให้ลูกสุนัขรอดตายสูง จนถึงเวลาออกขาย แต่ปัญหาของช่องโหว่ของระบบภูมิคุ้มกันก็ยังมีอยู่ แต่ว่าวิธีการดังกล่าวนี้ส่งผลเสียน้อยที่สุด

ในรายของพาร์โวไวรัสจะอยู่ในสภาวะที่ซับซ้อนมากกว่า เพราะแม่สุนัขที่ได้รับเชื้อนี้มาก่อนจะมีแอนติบอดี ในระดับสูงมาก ลูกสุนัขที่เกิดมาจะมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับที่สูงเช่นกัน อาจอยู่ได้นานถึง 20 สัปดาห์ ถ้าแม่สุนัขมี ภูมิคุ้มกันถ่ายทอดมายังลูกไม่สูงนักก็สามารถทำวัคซีนได้ที่ 6 สัปดาห์ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีความแปรปรวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องฉีดวัคซีนหลายครั้ง
อย่างไรก็ดีในปี 1986 ได้มีการคิดค้นวัคซีนพาร์โวไวรัสเชื้อเป็น ซึ่งสามารถสร้างภูมิคุ้มกันใน ขณะที่ลูกสุนัขยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับต่ำ ทำให้โปรแกรมวัคซีนสิ้นสุดภายใน 12 สัปดาห์ ซึ่งสัตวแพทย์มักจะแนะนำวิธีนี้
สัตวแพทย์จะวางโปรแกรมวัคซีน โดยประเมินจากสภาวะโรคในพื้นที่นั้น ๆ จากประวัติคอก หรือดูจากผลการตรวจเลือดด้วย จากการศึกษาโรคพาร์โวไวรัส พบว่าในฟาร์มที่มีเชื้อนี้อยู่แล้วจะทำให้ภูมิคุ้มกันจากแม่ ลดลงอย่างเร็วกว่าที่คาดไว้ จึงจำเป็นต้องแยกลูกสุนัขออกเลี้ยงต่างหากเพื่อรอทำวัคซีน
หลังจากฉีดวัคซีนแล้วสุนัขบางตัวอาจรู้สึกขาดสีสันไป 2 ถึง 3 วัน และบางตัวอาจจะพบมีการอักเสบบริเวณที่ฉีดบ้าง ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้พาไปพบสัตวแพทย์ที่ฉีดวัคซีนให้ ผลข้างเคียงที่พบภายหลังได้แก่ blue eye ในสุนัข Afghan ถ้าฉีดเข็มก่อนหน้านี้เกิดปัญหาเดียวกันคือตาขุ่นให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์ที่ฉีดทันทีอย่ารอช้า วัคซีนโรคตับอักเสบติดต่อจาก CAV-2 ก็พบอาการข้างเคียงเกี่ยวกับการมองเห็นเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันนิยมทำวัคซีนรวม ซึ่งปลอดภัยและได้ผลดีในการป้องกันโรคสำคัญ 5 โรคในสุนัขได้แก่ ไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ เลบโตสไปโรซิส และKennel cough
ดังที่กล่าวมาแล้วในบทนี้ ถึงสภาพที่ซับซ้อนและสัตวแพทย์จะพิจารณาดูปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อเลือกวัคซีนที่เหมาะสมกับสุนัขที่สุด มีข้อพิจารณาปิดท้ายดังนี้
1) อย่าลืมกระตุ้นวัคซีนเพื่อให้การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื่องและยาวนาน
2) สุนัขที่ฝากเลี้ยงจะต้องผ่านการทำวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อสำคัญมาแล้ว ถ้าคุณยังไม่มีใบรับรองวัคซีนคุณต้องไปปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน 1 เดือน


การทำวัคซีนกับสังคม การเพิ่มจำนวนประชากรมนุษย์และสุนัขอย่างหนาแน่นเป็นความกดดันใหม่สำหรับสุนัขและเจ้าของ มีความต้องการอย่างสูงที่จะให้จำกัดสุนัขอยู่ในสังคมเพื่อให้รบกวนคนที่ไม่ชอบสุนัขน้อยที่สุด
เจ้าของลูกสุนัขทั้งหลายควรปรึกษาการทำวัคซีนและพฤติกรรมหนีเสือปะจรเข้กับสัตวแพทย์ก่อน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก่อนที่จะหาสัตว์เลี้ยงมา การตัดสินระหว่างเลี้ยงลูกสุนัขแยกจากสังคมเลย จนกระทั่งถึงเวลาทำวัคซีน หรือเริ่มให้ลูกสุนัขได้ร่วมอยู่ในสังคมก่อนได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็น จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยซึ่งควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนดังนี้
1) อารมณ์ของสุนัขแต่ละพันธุ์ ของลูกสุนัขและของพ่อแม่
2) สถานะทางครอบครัว สถานที่สำหรับสุนัข และสุนัขที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมอย่างไร
3) สภาวะโรคในพื้นที่ แหล่งที่มาของลูกสุนัข ประวัติการทำวัคซีนและระดับภูมิคุ้มกันในแม่ (ถ้ามี)
4) ความเสี่ยงต่อการเกิดโรค คิดเสมอว่าจะเก็บสุนัขไว้อย่างไรและโรคระบาดจะเข้ามาทางไหนได้บ้าง

การให้อาหารสุนัข

การให้อาหารสุนัข

อาหารที่เหมาะสมกับสุนัขของคุณนั้นมีความสําคัญต่อการมีสุขภาพดีและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เวลาอาหารคือช่วงเวลาที่สร้างความพึงพอใจสําหรับสุนัข และยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้สัมพันธภาพระหว่างคนกับสุนัขเหนียวแน่นขึ้น ตาอไปนี้จะเป็นคู่มือสำหรับคุณและเป็นคําตอบให้กับโภชนาการสําหรับสุนัขของคุณ



อาหารที่สมดุล
เช่นเดียวกับเจ้าของ สุนัขต้องการอาหารที่มีสมดุลที่ดี ซึ่งประกอบไปด้วย โปรตีน ไขมัน คาร์โบรไฮเดรต รวมถึงวิตามินและเกลือแร่อีกหลายหลากชนิด อยู่ในปริมาณที่ถูกต้องเพื่อให้สุนัขมีร่างกายที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด สารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงต้องมีในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีสัดสวนในแต่ละอย่างอย่างพอเหมาะ เพื่อให้สารอาหารเหล่านั้นเป็นสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล อาหารที่เป็นเนื้อแดงเพียงอย่างเดียวไม่เหมาะสมสําหรับสุนัข
บรรพบุรุษของสุนัขนั้น จะกินเหยื่อเข้าไปทั้งตัวพื่อการยังชีพ ไม่เพียงแต่เนื้อของเหยื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึง กระดูก อวัยะวะภายใน ลําไส้ หนัง และขน ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าลําพังการให้สุนัขกินเนื้อแดงเพียงอย่างเดียวนั้น เนื้อแดงไม่ใช่อาหารที่เพียงพอสําหรับความต้องการ



อาหารสุนัขแบบปรุงเอง
ก่อนที่จะลงมือทําอาหารให้สุนัขกินเองนั้น คุณจะต้องทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนว่า สารอาหารชนิดไหนที่ จําเป็นสําหรับสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องเขาใจถึงคุณค่าของสารอาหาร ที่อยู่ในอาหารชนิดต่างๆ การทำปฏิกิริยาของสารอาหาร และยังต้องเข้าใจกรรมวิธีในการปรุงอาหารและการจัดเก็บ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสารอาหารที่ยังคงอยู่ในอาหารนั้น โปรดระลึกอยู่เสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทําอาหารให้สุนัขของคุณด้วยตัวคุณเองให้ได้ครบคุณค่าทุกๆวัน โดยที่จะไม่ต้องใช เวลา ความพยายามและความชํานาญของตัวคุณในการตระเตรียม
เจ้าของสุนัขบางคนชอบทําอาหารใหสุนัขในบางมื้อ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ควรจะค่อยๆเพิ่มอาหารให้แก่สุนัขทีละ สองสามอย่าง อย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป เพื่อช่วยใหระบบย่อยอาหารของเค้า ได้มีการปรับตัวคุ้นเคยกับอาหารชนิดใหม่ๆ อาหารจำพวก เนื้อสัตว์ ไข่ และขนมปังก็เป็นอาหารทั่วๆไปที่สามารถให้กับสุนัขได้ ถ้าอาหารที่ว่านี้เป็นอาหารหลัก สำหรับสุนัขในการบริโภค ดังนี้คุณควรจะเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ต่างๆที่จําเป็นต่อสุนัขด้วย



อาหารสุนัขสําเร็จรูปที่มีขาย
อาหารสุนัขสําเร็จรูปที่ผลิตจากผูผลิตที่มีชื่อเสียง และมาพร้อมกับการรับประกันเกี่ยวกับโภชนาการที่เพียงพอ รวมถึงคุณภาพ และความปลอดภัย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จริงๆแล้วอาหารเหล่านี้มีสูตรทําอยูมากมายหลากหลายชนิด และหลากหลายส่วนผสม ก็ให้คุณเลือกเอาเฉพาะแบบที่ใช้การได้ง่ายๆ อาหารสําเร็จรูปเหล่านี้ มีทั้งแบบที่สารอาหารครบถ้วน ในตัว หรือเป็นแบบอาหารเสริม
ถ้าคุณเลือกอาหารสําหรับสุนัขแบบให้สารอาหารครบถ้วนก็ไม่จำเป็นต้องให้อย่างอื่นเสริมแล้ว ในขณะที่อาหารแบบที่ต้องประกอบกับอาหารอื่นได้รับการออกแบบมาให้ต้องเพิ่มเติมแหล่งอาหารบางชนิดลงไปอย่างเช่นเนื้อกระป๋องกับขนมปังกรอบเป็นต้น ฉลากที่อยู่ข้างถุงอาหารจะบอกคุณได้ว่าอาหารที่คุณหยิบนั้น เป็นแบบสมบูรณ์หรือแบบ ต้องประกอบกับอาหารอื่น
อาหารสุนัขสําเร็จรูปจะมีให้คุณเลือกอยู่สองแบบคือแบบแห้งและแบบเปียก อาหารแบบแห้งนั้นจะเป็น
ชนิดที่ก่อนบรรจุลงถุง ผู้ผลิตจะดึงความชื้นออกไปจากอาหารให้หมดเพื่อความสะดวกและประหยัด เวลาให้สุนัข คุณสามารถให้สุนัขกินทั้งที่ยังแห้งๆอยู่ก็ได้หรือจะผสมน้ำแล้วคนให้เข้ากันก่อนให้เค้ากินก็ได้
ส่วนอาหารสําเร็จรูปแบบเปียกนั้น ก็อย่างเช่นอาหารที่อยู่ในรูปกระป๋อง อาหารพวกนี้จะไม่ได้ถูกดึงน้ำ/ความชื้นออก คุณสามารถเปิดออกมาใหสุนัขกินได้ทันที แต่ไม่ว่าจะเป็นอาหารอย่างไรที่คุณจะเลือกให้กับสุนัขของคุณ ก็จะต้องให้น้ำเค้าดื่มด้วยเสมอทุกครั้ง และดูแลอย่างใกล้ชิดว่าเค้าดื่มน้ำไปครั้งละเท่าไหร่ สุนัขที่กระหายน้ำอยู่ตลอดเวลาอาจจะเป้นเพราะเค้ากําลังไม่สบายอยู่ก็ได้ และจําเป็นจะต้องพาเค้าไปพบสัตว์แพทย์ เพื่อทําการรักษาให้ถูกต้องด้วย นอกจากนี้ควรดูแลให้ชามข้าวและชามสําหรับใส่น้ำนั้นสะอาดอยู่เสมอ คุณจะต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งหลังจากที่เค้าดื่มและกินเสร็จแล้วและควรจะแยกภาชนะของเค้าไว้ต่างหากจากถ้วยชาม ของคนและไม่ควรเอาชามหรือจานข้าวของคุณใส่อาหารไปวางให้สุนัขกิน



กระดูกและนม
กระดูกนั้นมีประโยชน์สําหรับสุนัขเพราะให้แคลเซี่ยม แต่ถ้าเค้าแทะแล้วกระดูกแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วกลืนลงไป ก็อาจเป็นอันตรายกับเค้าได้ แต่หากว่าสุนัขของคุณเค้าได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้วก็ไม่จําเป็นจะต้องให้กระดูกเค้าอีก
แต่ที่ยิ่งดีกว่ากระดูกก็คือขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขที่ขายตามร้านขายอาหารสุนัขและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง คือนอกจากจะ เคี้ยวสนุกแล้ว ก็ยังจะช่วยให้เหงือกและฟันของเค้ามีสุขภาพดีด้วย
ถึงแม้ว่านมจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับสุนัขเมื่อเค้ายังเด็กอยู่ แต่นมไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไปหาก ลูกสุนัขหย่านมไปแล้ว ลูกสุนัขรวมถึงสุนัขที่โตแล้วส่วนใหญ่จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมได้ดีนัก ดังนั้นก็อาจจะทําให้เสาะท้องพวกเค้าด้วย หากคุณไม่แน่ใจว่าลูกสุนัขของคุณจะสามารถรับนมได้หรือไม่ให้ลองแบ่งหรือผสม กับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากันก่อนที่เค้าจะได้กินเป็นครั้งแรก



ลูกสุนัข
ก่อนที่ลูกสุนัขจะหย่านม นมจากแม่เป็นอาหารหลักซึ่งในนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่ครบถ้วน แต่พอเค้าได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านใหม่กับคุณ ซึ่งเป็นตอนที่เค้าหย่านมไปแล้วและกําลังจะเริ่มกินอาหารแข็งๆได้บ้างแล้วนั้น ลูกสุนัขจะคอยอาหารจากคุณซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้เค้าได้กินอาหารที่มีโภชนาการอย่างครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกสุนัข ต้องการหรือไม่

ความสมดุลของอาหารนั้นสําคัญและจําเป็นต่อการเจริญเติบโตรวมไปจนถึงการพัฒนาการของลูกสุนัข เพื่อที่จะทําให้เค้าเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตที่ยืนยาวพร้อมสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ลูกสุนัขต้องการโภชนาการขั้นพื้นฐาน ที่เหมือนกับสุนัขที่โตแล้วแต่เนื่องจากลูกสุนัขนั้นจะโตเร็วมาก ดังนั้นเค้าจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร เหล่านี้ในปริมาณที่มาก เมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของเขา
ลูกสุนัขก็เหมือนเด็กทารก พวกเค้ายังมีขนาดกระเพาะอาหารที่เล็กอยู่ ดังนั้นเราควรจะให้อาหารต่อมื้อกับเค้าน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ในช่วงแรกของชีวิต ลูกสุนัขจะโตเร็วและมีพัฒนาการที่เร็วมาก โดยทั่วๆไปแล้วแทบจะทุกพันธุ์จะมีน้ำหนักตัวเกือบครึ่งหนึ่งของสุนัขที่โตเต็มที่แล้ว เพียงอายุได้4-5 เดือนแรกเท่านั้น
อย่างไรก็ดีด้วยสายพันธุ์ที่ต่างกัน ขนาดร่างกายที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงอายุของสุนัขที่โตเต็มที่ก็เป็นปัจจัยให้ น้ำหนักตัวมีความแตกต่างกันด้วย ยกตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่จะใช้เวลาเติบโตเต็มวัยนานกว่าสุนัขพันธุ์เล็กๆ ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กและพันธุ์ตุ๊กตานั้น จะโตเต็มวัยเมื่ออายุได้เพียง 6-9 เดือนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบด้วยระยะเวลาที่เท่ากัน สุนัขพันธุ์ใหญ่จะยังไม่โตเต็มวัยนัก ลูกสุนัข นิวฟาวแลนด์หรือเกรทเดนนั้นจะยังตัวไม่โตเต็มที่จนกว่าเค้าจะมีอายุได้ 18 เดือนไปแล้ว และลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆเหล่านี้จะมีพัฒนาการทางด้านโครงกระดูกที่มากหน่อย
ไม่ใคร่จะเป็นการดีนัก หากคุณให้อาหารในปริมาณมากๆเพื่อเร่งให้เค้าโตเร็วๆ ลูกสุนัขนั้นต้องการพลังงานมากกว่าสุนัขตัวโตๆประมาณ 2-4 เท่าที่ขนาดเท่ากัน การเจริญเติบโตก็ต้องใช้พลังงานมาก ดังนั้นพวกเค้าจะต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากกว่าสุนัขโต และต้องเป็นโปรตีนชนิดซึ่งประกอบจากกรดอะมิโน ชนิดที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตด้วย อีกทั้งสุนัขเหล่านี้ยังจะต้องไดรับเกลือแร่ที่สําคัญในปริมาณที่ถูกต้องเพื่อสร้าง กระดูและฟัน ดังนั้นลูกสุนัขจึงต้องได้รับอาหารในปริมาณที่มากเมื่อเทียบกันกับน้ำหนักตัว แต่เนื่องจากกระเพาะอาหารของ พวกเค้าสามารถจุอาหารได้เพียงน้อยนิด คุณจึงต้องชดเชยให้เค้าโดยให้อาหารมื้อเล็กๆแต่หลายๆมื้อในแต่ละวัน และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากอาหารที่ให้นั้นเป็นอาหารที่ออกแบบมาให้อุดมด้วยสารอาหาร เพื่อเค้าได้รับสารอาหารมากที่สุด ในแต่ละมื้ออาหาร เล็กๆของเค้า
อาหารนั้นควรจะย่อยง่ายด้วยเพื่อที่จะให้ร่างกายลูกสุนัขนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และจะต้องมีความสมดุล เพื่อให้คุณค่าสารอาหารตามความต้องการของร่างกายลูกสุนัขและแน่นอนอาหารลูกสุนัขจะต้องมีรสชาติอร่อย เพื่อให้ลูกสุนัข กินอาหารได้เต็มที่ หากลูกสุนัขไม่ค่อยกินอาหารที่ให้ก็คงจะต้องหาอุบายให้เค้าได้ออกกําลังที่มากขึ้น เพื่อที่จะรับอาหารได้มากขึ้นอีก
ที่จริงการให้อาหารลูกสุนัขนั้นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนที่เขียนมาแต่อย่างใด เพราะอาหารสุนัขที่ผลิตมาสำหรับ ลูกสุนัขโดยเฉพาะจะทำการบ้านมาให้คุณแล้ว ผู้ผลิตจะคำนวณว่าจะต้องมีสารอาหารอะไรในสัดส่วนเท่าไร จึงจะเพียงพอ ให้ลูกสุนัขได้รับสารอาหารครบอย่างเอร็ดอร่อยและเติบโตอย่างแข็งแรง สําหรับลูกสุนัขที่มีสุขภาพดีอยู่แล้ว นั้นก็ไม่จําเป่นต้องให้อาหารเสริมอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อะไรก็ตาม ในทางกลับกันอาจจะเป็นโทษต่อเค้าด้วยซ้ำ แต่หากคุณคิดที่จะให้อาหารเสริมแก่เค้า ควรที่จะขอคําปรึกษาจากสัตว์แพทย์เสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อเค้า อย่างแน่นอน
เวลาคุณเลือกลูกสุนัขให้สอบถามเรื่องการให้อาหารลูกสุนัขกับคนขายสุนัขก่อน แล้วจดรายการอาหาร สําหรับลูกสุนัขให้ด้วย คุณควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทอาหาร ปริมาณอาหารและเวลาให้อาหารเค้าซึ่งเค้าเคยชิน อย่ารีบไปเปลี่ยนรายการอาหารให้แปลกออกไป การที่เค้าต้องเปลี่ยนบ้านอยู่จะทำให้เค้าจะเกิดความเครียดอยู่แล้ว และเค้าจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้
เมื่อลูกสุนัขมาถึงบ้านคุณเค้าอาจจะมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียอันเนื่องมาจากการจากแม่ของเค้าและการต้องเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่แต่ถ้าเจ้าตัวน้อยยังคงมีอาการท้องเสียนานกว่า 24 ชั่วโมงหรือยิ่งเป็นมากขึ้น ให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์ทันทีและหากคุณต้องการปรับเปลี่ยนอาหารให้กับลูกสุนัข ให้รอให้เค้าสามารถปรับตัวได้ จนเข้าที่เสียก่อน แล้วจึงค่อยๆปรับอาหารไปอย่างช้าๆหลังจากที่เค้ามาถึงบ้านคุณได้สัก 3-4 วัน ลักษณะการให้อาหาร ลูกสุนัขนั้นจะขึ้นอยู่กับอายุ พันธุ์และลักษณะประจําตัวของเค้าเอง
แต่อย่างไรก็ดีคุณจะต้องให้อาหารเค้าวันละ 4 มื้อ จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุได้ประมาณสัก 4 เดือน จากนั้นก็สามารถลดลงเหลือวันละ 3 เวลาได้จนเมื่อเค้ามีอายุได้6 เดือน หากคุณเห็นว่าลูกสุนัขรับอาหารได้ดี ก็สามารถลดปริมาณการให้ลงเหลือวันละ 2 เวลาก็ได้ ในสุนัขพันธุ์เล็กหรือที่เรียกว่า พันธุ์ตุ๊กตานั้นเค้าจะโตเต็มที่เร็วกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆมาก ดังนั้นคุณสามารถให้เค้าเริ่มกินอาหารของสุนัขโตได้ตั้งแต่เค้ามีอายุได้ 8 เดือนเป็นต้นไป แต่สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่นั้นยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโตอยู่ ดังนั้นคุณยังต้อง ให้เขากินอาหารสำหรับลูกสุนัขไปก่อน สิ่งที่เป็นตัวบอกได้ดีที่สุดว่าคุณให้อาหารเค้าได้ถูกต้องตามโภชนาการหรือเปล่า ก็คือสุขภาพของเขา คุณควรจดบันทึกน้ำหนักตัวของเค้าเป็นประจํา เพื่อที่ว่าจะสามารถเช็คได้ว่าขนาดและน้ำหนักนั้นได้ ตามมาตรฐานหรือเปล่า คุณยังสามารถที่จะปรับอาหารเพื่อไม่ให้เค้ามีน้ำหนักน้อยหรือมากเกินไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว คุณควรให้ลูกสุนัขของคุณกินอาหาร มื้อละ 15-20 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นให้ทิ้งอาหารที่เหลืออยู่ไป คุณควรมีชามอาหารและน้ำให้กับลูกสุนัขแยกต่างหาก ควรเก็บก็ควรจะเก็บแยกจากภาชนะที่คนในครอบครัวใช้ด้วย น้ำดื่มที่ใหม่และสะอาดควรจะมีให้เค้าได้ดื่มตลอดเวลา หากคุณพบว่าลูกสุนัขนั้นหิวน้ำบ่อยจนผิดปกติ ก็ควรจะรีบนําตัวเค้า ไปพบสัตว์แพทย์เพื่อรับคําปรึกษา เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าสุนัขของคุณกําลังไม่สบาย



สุนัขที่กําลังโต
ขณะที่ลูกสุนัขของคุณกําลังเติบโต คุณควรที่จะให้อาหารที่เสริมสร้างการเจริญเติบโตเป็นอาหารหลักให้กับเขา ลูกสุนัขของคุณต้องการอาหารที่สารอาหารจำเป็นในปริมาณเข้มข้นที่ช่วยในการพัฒนาร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์และเพื่อการเจริญของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก และเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย
และเมื่อเค้ามีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงที่จะโตเต็มวัย คุณจึงสามารถค่อยๆเปลี่ยนให้เค้ากินอาหารของสุนัขโตได้ และเค้าจะคุ้นเคยกับอาหารสุนัขโตเมื่อเค้าโตเต็มวัย ซึ่งอาจเป็นอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสุนัขแต่ละพันธุ์ การเปลี่ยนอาหารควรจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
เจ้าของสุนัขแทบทุกคนมักเป็นห่วงว่าให้เค้ากินอิ่มหรือเปล่า โดยเฉพาะถ้าเป็นเจ้าของลูกสุนัขบางคนซึ่งรู้ว่า ลูกสุนัขต้องการสารอาหารในปริมาณมากเพือใช้ในการเจริญเติบโตและมักจะให้ลูกสุนัขกินมากเท่าที่เขาอยากกิน และ เนื่องจากสุนัขส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะกินมากเกินความต้องการและส่งผลให้น้ำหนักเกิน คุณก็ควรที่จะให้อาหารเค้า ตามที่คำแนะนำการให้อาหารบอกไว้ข้างกล่องหรือถุงอาหารของสุนัขที่คุณซื้อมา
การให้อาหารมากเกินไปกับสุนัขที่กําลังโตจะทําให้เค้าอ้วนเกินไป อาหารที่เกินมานั้นจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน และเก็บไว้ตามตัวสุนัข ขณะที่สุนัขกำลังโตและมีอายุน้อย ร่างกายเค้าจะผลิตเซลไขมันเพิ่มขึ้น เพื่อจัดเก็บไขมันส่วนเกิน และเซลล์ไขมันเมื่อถูกสร้างขึ้นมาแล้วมันจะอยู่ กับตัวลูกสุนัขไปตลอดชีวิตและทำให้เค้ามีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักมากเกินไป ในสุนัขพันธุ์ใหญ่ทั้งหลาย การให้อาหารมากเกินไป สําหรับลูกสุนัขที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจก่อให้เกิดปัญหากับโครงสร้างกระดูกของเขา ดังนั้นเป็นเรื่องสําคัญมากที่จะต้องคอยดูน้ำหนักของสุนัขที่กําลังโต และสภาพร่างกายของเค้าโดยรวมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณได้ให้อาหารเค้าอย่างถูกต้องแล้ว หมั่นจดน้ำหนักเค้าอย่างสม่ำเสมอ และเปรียบเทียบกับ ตารางการเจริญเติบโตของลูกสุนัข เพื่อตรวจดูว่าเค้ามีอัตราการเจริญเติบโตที่ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานสายพันธุ์ หากลูกสุนัขของคุณกําลังมีไขมันมากเกินพอดีนั่นก็แสดงว่าเค้าเริ่มอ้วนแล้ว ให้ปรึกษากับสัตว์แพทย์เพี่อขอคําแนะนําในกรณีที่คุณคิดว่าตัวคุณเองให้อาหารสุนัขไม่ถูกต้องด้วย



สุนัขที่โตเต็มวัย
สุนัขก็เหมือนสัตว์ตัวอื่นที่จะต้องกินอาหารเพื่อให้ได้พลังงานตามที่ร่างกายต้องการ อาหารที่ให้พลังงานได้ เพียงพอกับความต้องการ ควรจะให้สารอาหารครบถ้วนและสมดุลด้วย สุนัขนั้นได้รับพลังงานจากไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานได้แต่ก็ไม่ใช่สารอาหารที่สําคัญสําหรับการโภชนาการของสุนัข พลังงานที่สมดุล จึงมีความสําคัญเพื่อที่จะทําให้สุขภาพของสุนัขนั้นดีตลอดเวลาที่เค้ามีชีวิตอยู่เลยทีเดียว
การให้อาหารที่น้อยไปก็ทําให้น้ำหนักต่ำ เค้าจะเซื่องซึม ไม่สดใส และสภาพร่างกายไม่ดี แต่ถ้าอาหารมากไป ก็กลายเป็นสุนัขอ้วนๆ และมีปัญหายุ่งยากอื่นๆตามมา อย่างเช่นเริ่มปรากฏภาการณ์เจริญเติบโตที่ผิดปกติ ความต้องการพลังงานของสุนัขนั้นก็ยังขึ้นอยู่กับระดับกิจกรรมของเค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น เค้าอาจเป็นสุนัขทํางาน เป็นสุนัขที่อยู่แต่ในบ้าน หรือให้อยู่นอกบ้าน หรือ หากเค้าป่วย อายุมากหรือกําลังโต ก็ต้องการพลังงานแตกต่างออกไป แม่สุนัขที่กําลังตั้งครรภ์และให้นมลูกนั้นก็ยิ่งต้องการพลังงานมาก หากสุนัขของคุณไม่ค่อยได้ออกกําลังหรือไม่ค่อยมีกิจกรรม ใดๆและเริ่มมีอายุมากแล้ว คุณก็จําเป็นที่จะต้องลดปริมาณอาหารแก่เค้าลงเพื่อที่เค้าจะไม่อ้วนเกินไป สําหรับคุณที่เลี้ยงสุนัขด้วยอาหารสําเร็จนั้น ฉลากที่ข้างถุงอาหารจะให้คําแนะนํากับคุณได้ว่า คุณควรจะให้อาหารในปริมาณเท่าไหร่ แต่ให้จําไว้ว่าฉลากหรือรายละเอียดที่ข้างกล่องเป็นเพียงข้อแนะนําที่ทําขึ้นมาอย่างกลางๆเท่านั้น ที่เหลือคุณจะต้องปรับ ให้เข้ากับความต้องการของสุนัขของคุณด้วย
หากเค้าเป็นสุนัขที่ดูกระฉับกระเฉงตลอดเวลาและมีกิจกรรมอยู่เสมอเขาก็จะต้องได้อาหารในปริมาณมากขึ้นแต่หากเค้าเป็นสุนัขที่ชอบนั่งอยู่เฉยๆเค้าก็ควรจะกินอาหารให้น้อยลงอีกเพราะอย่าลืมว่าเค้าจะได้พลังงานจากอาหารรูปแบบอื่นที่คุณให้เพิ่มเข้าไปในอาหารก็ได้อย่างเช่น พลังงานจากขนมปังกรอบ เนื้อหมูหรือ เนื้อปลาชิ้นย่อมๆ สักชิ้นสองชิ้นปนกันเข้าไป วิธีที่ง่ายที่สุดสําหรับการเฝ้าดูนิสัยการกินอาหารและสุขภาพโดยรวมของเค้าก็คือหลักฐานที่ได้จากมือและสายตาของคุณ หากสุนัขนั้นมีรูปร่างกําลังสวยคือไม่ผอมหรือไม่อ้วนเกินไป และตาสดใส ก็อาจจะแปลความหมายได้ว่าเค้ามีสุขภาพที่ดีแล้ว และอาหารที่ให้ก็อยู่ในระหว่างสมดุลดีด้วย อย่างไรก็ดีหากคุณเห็นแล้วว่าเค้ากลายเป็นสุนัขอ้วนไปแล้ว นั่นแสดงว่าคุณให้อาหารเค้ามากเกินไป
กรณีอย่างนี้ พยายามสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นด้วยการตัดแบ่งอาหารที่เคยให้ทั้งหมดลง หรือให้ลดขนมปังที่ คุณให้เพิ่มเข้าไปในอาหาร สุนัขแทบทุกตัวที่มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไปสามารถให้อาหารเพียงวันละมื้อได้ หรือคุณจะแบ่งออกเป็นวันละ 2-3 มื้อก็ได้ ถ้านั่นทําให้เกิดความสะดวกกับคุณมากกว่า โปรดระลึกไวเสมอว่า สุนัขตัวเล็กๆนั้นมีกระเพาะอาหารที่เล็กและอาจจะต้องแบ่งอาหารออกเป็นวันละสองมื้อดีกว่าเพียงวันละมื้อ เช่นเดียวกัน ในสุนัขที่กําลังโตและสุนัขที่ต้องทํางาน รวมถึงแม่พันธุ์สุนัขที่กําลังตั้งครรภ์หรือคลอดลูกแล้ว แม้กระทั่งในสุนัขที่ป่วย หรืออยู่ในระยะพักฟื้นล้วนแล้วแต่ต้องการอาหารที่มากกว่าวันละมื้อทั้งนั้น คุณสามารถใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ได้ว่าเมื่อไหร่ที่สุนัขของคุณจะต้องได้รับอาหารในปริมาณที่ถูกต้องตลอดเวลา



สุนัขที่ต้องทํางาน
สุนัขที่ต้องทํางาน อย่างเช่นสุนัขเลี้ยงแกะ สุนัขตํารวจ หรือ สุนัขพอยน์เตอรที่ใช้ในเกมล่าสัตว์มีความต้องการ ใช้พลังงานในแต่ละวันที่มากกว่าสุนัขทั่วๆไป สุนัขที่ต้องทํางานและต้องการพลังงานมากนั้นมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อม อุณหภูมิของร่างกาย อายุของสุนัข ความหนาของชุดป้องกันที่เค้าต้องสวม และปริมาณงานที่เค้าต้องทําในแต่ละวัน โดยปกติแล้วสุนัขที่ทํางานจริงๆจะต้องการอาหารมากกว่าสุนัขโตธรรมดาประมาณ 2 ถึง 4 เท่า ซึ่งเขาจะให้อาหารกันหนึ่งในสามส่วนตอนเช้า และที่เหลืออีกสองในสามจะให้เมื่อเค้าทํางานเสร็จแล้ว ในวันทํางาน เพราะพวกเค้าต้องการอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น หรือเป็นสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขกิจกรรมมาก



สุนัขที่มีอายุ
เมื่อสุนัขของคุณแก่ตัวลงเค้าจะกระฉับกระเฉงน้อยลงและร่างกายเค้าจะใช้พลังงานลดลง คุณจําเป็นจะต้องหมั่น คอยดูน้ำหนักของเค้า และถ้าจําเป็นก็ให้ลดปริมาณการให้อาหารกับเค้าให้น้อยลงเพื่อให้เค้ามีน้ำหนักที่เหมาะสม เนื่องจากสุนัขในวัยนี้มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและปอดเนื่องมาจากปริมาณไขมันในตัวเค้าที่มากขึ้นรวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อต่างๆและข้อต่อด้วย สุนัขอ้วนจะมีชีวิตที่สั้นกว่าปกติ หากสุนัขของคุณเป็นสุนัขที่อ้วนแล้ว สัตว์แพทย์ของคุณจะต้องให้เค้าเข้าคอร์สลดอาหารและเปลี่ยนมาทานอาหารอย่างที่สัตวแพทย์จัดให้แทน
ในสุนัขที่มีอายุมากแล้วอาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคบางอย่าง ดังนั้นเค้าจะดีขึ้นถ้าได้มีการปรับเปลี่ยน เรื่องอาหารยกตัวอย่างเรื่องโรคที่เกี่ยวกับไต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับฟอสฟอรัสและโปรตีน และระดับของเกลือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจล้มเหลว สัตว์แพทย์ของคุณจะให้คําแนะนํากับคุณได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับโภชนาการที่เอื้อประโยชน์ให้กับสุนัขของคุณ
น้ำก็เปนสิ่งสําคัญที่ควรจะต้องมีเตรียมให้เค้าไว้ตลอดเวลา คุณควรจะต้องดูปริมาณน้ำที่เค้าดื่มและให้รีบขอ คําแนะนําจากสัตว์แพทย์โดยเร็วหากพบว่าเค้าดื่มน้ำบ่อยกว่าปกติเพราะนี่อาจเป็นสัญญาณบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับโรคไต หรือโรคเบาหวาน สุนัขที่มีอายุมากบางตัวอาจจะพบว่ามีการอักเสบของกระดูกบริเวณคอและอาจจะทําให้เค้าก้มคอลง เพื่อกินอาหารไม่ได้ในกรณีนี้ต้องวางชามอาหารของเค้าให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมในระดับที่เหมาะสมหรือหาที่หนุน ให้สูงขึ้นเพื่อเค้าด้วย



แม่พันธุ์สุนัข
แม่สุนัขจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์เพราะลูกๆในท้อง ต่างก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น การให้อาการในปริมาณที่มากจนเกินไปในขณะที่ครรภ์ของเธอยังอ่อนๆ อยู่นั้นจะเป็นเหตุ ให้เกิดไขมันที่ไม่ได้ใช้งานเกิดขึ้นและอาจจะเกิดปัญหากับการคลอดได้วิธีการโดยทั่วไปนั้นอาหารที่จะต้องให้กับ แม่สุนัขนั้นจะต้องให้เพิ่มมากขึ้นประมาณ 10-15% ต่อสัปดาห์หลังจากที่เธอตั้งครรภ์มาได้กว่า 5 สัปดาห์แล้ว ในช่วงการคลอดลูกของเธอ แม่พันธุ์สุนัขจะต้องกินอาหารมากกว่าปกติถึง 50% เมื่อเธอตั้งครรภ์มดลูกของเธอ จะขยายตัวออกเต็มท้อง กระเพาะอาหารของเธอจะขยายตัวได้ไม่เท่ากับปกติ ดังนั้น จะดีที่สุดหากจะให้อาหารแม่สุนัข ในแต่ละวันโดยแบ่งออกเป็น มื้อเล็กๆหลายๆมื้อและควรใช้อาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นและควรมีรสชาติอร่อยด้วยเพื่อที่เธอจะกินได้มากขึ้นเท่าที่ร่างกายเธอต้องการ
เมื่อลูกๆของเธอคลอดออกมาแล้ว อยู่ในระหว่างการดูแลของแม่สุนัข ความต้องการสารอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาเช่นนี้ แม่พันธุ์สุนัขจะต้องการกินอาหารเพิ่มขึ้นใน ปริมาณ 3-4 เท่าของอาหารที่เธอรับปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าแม่สุนัขจะสามารถผลิตน้ำนมให้ได้มากเพียงพอกับความต้องการของลูกๆและยังคงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่นั่นเอง ในช่วงการให้นม (ซึ่งอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์) แม่พันธุ์สุนัขจะมีน้ำหนักลดลงประมาณ 4-7% ต่อวัน จากการผลิตน้ำนม
ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องให้อาหารเธอวันละหลายๆมื้อ บางทีอาจจะให้ได้ 3-4 ครั้งต่อวัน โดยเน้นที่อาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นและรสชาติถูกปากมากๆหน่อย บางทีอาจจะต้องให้เป็นมื้อกลางคืนอีกสักมื้อ ด้วยเหมือนกัน ให้คุณให้อาหารแม่พันธุ์สุนัขให้มากเท่าที่เธอต้องการ โดยไม่ต้องห่วงว่าเธอจะกินมากเกินไป และแน่นอนว่าอย่าลืมเตรียมน้ำดื่มที่ใหม่และสะอาดคอยไว้สําหรับเธอเสมอในช่วงสําคัญของชีวิตช่วงนี้

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พันธุ์หมา


สุนัขพันธุ์ในกลุ่มกีฬา (Sporting Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้ในกีฬาล่านก (feather (birds))
สุนัขในกลุ่มฮาวด์ (Hound Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ (fur (mammals) หรือดมกลิ่นสะกดรอย (scent)
กลุ่มสุนัขใช้งาน (Working Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกคัดเลือกให้เป็นสายพันธุ์สำหรับการใช้งาน เช่น การลากเลื่อน เกวียนบรรทุก(pull carts) หรือ เป็นสุนัขอารักขา (guard property) เป็นต้น
สุนัขในกลุ่มเทอร์เรีย (Terrier Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกคัดเลือกไว้สำหรับการล่าเหยือ หรือ สัตว์ที่มาทำลายพืชผลทางการเกษตร เช่น นก หนู เป็นต้น
สุนัขในกลุ่มทอย (Toy Breeds) - เป็นสุนัขขนาดเล็ก
สุนัขในกลุ่มที่ไม่ใช้กลุ่มสุนัขที่ใช้สำหรับเกมกีฬา (Non-Sporting Breeds) - เป็นสุนัขที่ซึ่ง ยังมี่จุดกำเนิดของการสร้างสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยชัดเจน หรือไม่สามารถจัดให้เข้ากลุ่มอื่นๆ ได้
สุนัขในกลุ่มที่ใช้คุมฝูงสัตว์ (Herding Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนย้ายฝูงสัตว์ฺ
สุนัขพันธุ์ไทย Thai Breeds) - เป็นพันธุ์ไทย มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย


กลุ่มสุนัขเพื่อใช้ในเกมกีฬา (Sporting Breeds):
Brittany
Pointer
German Shorthaired Pointer
German Wirehaired Pointer




โกลเด้นรีทีฟเวอร์ Retrievers -
Chesapeake Bay
Curly-Coated
Flat-Coated
Golden
Labrador


Setters -
English
Gordon
Irish

Spaniels -
American Water
Clumber
Cocker
English Cocker
English Springer
Field
Irish Water
Sussex
Welsh Springer
Vizsla
Weimaraner
Wirehaired Pointing Griffon




บาเซ็นจิ กลุ่มสุนัขฮาวด์ (Hound Breeds):
Afghan
Basenji
Basset
Beagle
Black & Tan Coonhound
Bloodhound
Borzoi
Dachshund


ดัชชุนขนยาว Foxhound -
American
English
Greyhound
Harrier
Ibizan
Irish Wolfhound
Norwegian Elkhound
Otterhound
Petit Basset Griffon Vendeen
Pharoah
Rhodesian Ridgeback
Saluki
Scottish Deerhound
Whippet




เกรทเดน กลุ่มสุนัขใช้งาน (Working Breeds):
Akita
Alaskan Malamute
Anatolian Shepherd
Bernese Mountain Dog
Boxer
Bullmastiff
Doberman Pinscher
Giant Schnauzer
Great Dane
Great Pyrenees
Greater Swiss Mountain Dog
Komondor
Kuvasz
Mastiff
Newfoundland
Portuguese Water Dog
Rottweiler
Saint Bernard
Samoyed
Siberian Husky
Standard Schnauzer
กลับไปด้านบน



สก๊อตเทอร์เรีย กลุ่มสุนัขเทอร์เรีย (Terrier Breeds):
Airedale
American Staffordshire Terrier
Australian Terrier
Bedlington
Border Terrier
Bull Terrier
Cairn
Dandie Dinmont


ฟ๊อกเทอร์เรีย ฟ๊อกเทอร์เรีย (Fox Terrier) -
Smooth
Wire
Irish Terrier
Kerry Blue
Lakeland Terrier
Manchester Terrier
Miniature Bull Terrier
Miniature Schnauzer
Norfolk
Norwich
Scottish Terrier
Sealyham
Skye Terrier
Soft-Coated Wheaten Terrier
Staffordshire Bull Terrier
Welsh Terrier
West Highland White Terrier
กลับไปด้านบน



ชิสุ กลุ่มสุนัขทอย (Toy Breeds):
Affenpinscher
Brussels Griffon
Cavalier King Charles Spaniel
Chihuahua
Chinese Crested
English Toy Spaniel
Havanese
Italian Greyhound
Japanese Chin
Maltese
Manchester Terrier
Miniature Pinscher
Papillon
Pekingese
Pomeranian
Poodle
Pug
Shih Tzu
Silky Terrier
Yorkshire Terrier
กลับไปด้านบน



บลูด๊อก กลุ่มสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขที่ใช้ในเกมกีฬา (Non-Sporting Breeds):
American Eskimo
Bichon Frises
Boston Terrier
Bulldog
Chinese Shar-Pei
Chow Chow
Dalmatian
Finnish Spitz
French Bulldog
Keeshond
Lhasa Apso
Lowchen
Poodle
Schipperke
Shiba Inu
Tibetan Spaniel
Tibetan Terrier
กลับไปด้านบน



กลุ่มสุนัขใช้คุมฝูงสัตว์ (Herding Breeds):
Australian Cattle Dog
Australian Shepherd
Bearded Collie
เบลเยี่ยน มาลินอร์ส (Belgian Malinois)
Belgian Sheepdog
Belgian Tervuren
Border Collie
Bouvier des Flandres
Briard
Canaan Dog
Collie
German Shepherd
Old English Sheepdog
Puli
Shetland Sheepdog
Cardigan Welsh Corgi
Pembroke Welsh Corgi
กลับไปด้านบน


สุนัขพันธุ์ไทย (Thai Breeds:
พันธุ์ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback)
พันธุ์บางแก้ว (Bangkaew)

เลือกหมาอย่างไรให้เหมาะกับคุณ




ขึ้นชื่อว่า"ลูกหมา"น่ารักทุกตัวไม่ว่าจะเป็นแววตาใสซื่อ ขี้อ้อน ท่าทางต้วมเตี้ยม หรือหน้าตาอันบ๊องแบ๋วของมัน

ทั้งหนดล้วนทำให้คนรักหมาใจอ่อนรับเค้ามาเป็นสมาชิก ของบ้านโดยไม่ตระหนักมาก่อนว่า

สามสี่เดือนให้หลัง ลูกหมาตัวนั้นจะเปลี่ยนไปแค่ไหนนิสัยของมันจะเข้ากับคนที่บ้านได้หรือไม่

หากสายพันธุ์หมาที่คุณชอบเป็นหมาที่ต้องการเวลาการดูแลเอาใจใส่ต้องพาไปออก

กำลังมากๆ แล้วคุณไม่มีเวลาให้มันอย่างพอเพียง อนาคตข้างหน้าหมาตัวนั้นจะเป็น

อย่างไรอาจนำปัญหาหนักใจมาสู่คุณ